ค้นหา


ดูเหมือนว่าการแข่งขันที่ทับซ้อนกันระหว่างพรีเมียร์ ลีก อังกฤษและรอบคัดเลือกของฟุตบอลโลก 2022 นั้นจะสร้างปัญหามากกว่าที่เราคาดการณ์เอาไว้เยอะเลยทีเดียว ก่อนหน้านี้เคยมีนักเตะจากสเปอร์จำนวนกว่า 4 คนถูกลงโทษโดยสโมสรหนังจากฝ่าฝืนคำสั่งสโมสรไม่ให้ไปเล่นในทีมชาติในการแข่งขันฟุตบอลโลก ไม่เพียงเท่านั้นนักเตะเหล่านี้ยังละเมิดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส 19 ในประเทศบราซิลอีกด้วย กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำให้หลายคนตั้งคำถามไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ปัญหาดูเหมือนจะบานปลายหนักกว่าเดิมหลังจากที่ประเทศเม็กซิโก บราซิล ชิลี และปารากวัย


ได้มีการออกมาเรียกร้องให้ทางสมาพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือฟีฟ่าสั่งห้ามไม่ให้นักเตะจากชาติของตนเองลงแข่งขันให้กับหลายสโมสรในประเทศอังกฤษเป็นระยะเวลา 5 วัน โดยอ้างอิงตามกดที่ฟีฟ่าเคยตั้งเอาไว้นั่นก็คือกด 5 วันนั้นเอง โดยเป็นการลงโทษโทษฐานที่ทีมในพรีเมียร์ลีกไม่ยอมปล่อยนักเตะให้สามารถกลับมารับใช้ทีมชาติของตัวเองได้ในการแข่งขันทีมชาติเดือนกันยายนนี้ สโมสรอังกฤษที่ได้รับผลกระทบจากการร้องเรียนของทั้ง 4 ประเทศ


จัดทวีปอเมริกาใต้นั้นประกอบไปด้วยลีดส์ ยูไนเต็ด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เชลซี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส วัตฟอร์ด และลิเวอร์พูล โดยกรณีนักเตะที่ถูกพูดถึงมากที่สุดก็คือนักเตะจากประเทศบราซิลเนื่องจากมีนักเตะบราซิลหลายคนเลยทีเดียวที่เล่นให้กับสโมสรในพรีเมียร์ลีกอังกฤษอย่างเช่นโรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ฟาบินโญ่ อลีสซง เบ็คเกอร์ กาเบรียล เชซุส เฟร็ด ติอาโก้ ซิลวา และราฟินญ่าเป็นต้น


จากกรณีที่หลายสโมสรจากอังกฤษไม่ยอมปล่อยให้นักเตะสามารถเข้าร่วมแข่งขันในฐานะทีมชาติได้เป็นสิ่งที่หลายคนทราบดีอยู่แล้ว เนื่องจากบรรดาสโมสรในพรีเมียร์ลีกได้มีการออกมติอย่างเป็นเอกฉันท์ก่อนหน้านี้แล้วว่าจะไม่มีการปล่อยให้นักเตะไปรับใช้บ้านเกิดหากต้องเดินทางไปยังประเทศที่อยู่ในกลุ่มสีแดงหรือกลุ่มที่น่าเป็นห่วงสำหรับรัฐบาลสหราชอาณาจักร


สำหรับใครที่เดินทางไปยังประเทศเหล่านี้กลับมาแล้วจะต้องทำการกลับตัวทันที 10 วันทำให้อาจจะส่งผลกระทบต่อการเข้าร่วมการแข่งขันในบางนัดหรืออาจจะทำให้พวกเขาไม่ได้ซ้อมอย่างเพียงพอ ส่วนกด 5 วันนั้นเป็นกรดที่ทางฟีฟ่าตั้งขึ้นมาเพื่อไม่ให้ทีมชาติถูกสโมสรเอารัดเอาเปรียบ เนื่องจากก่อนหน้านี้มีหลายสโมสรที่ทำการหาข้ออ้างเพื่อถอนตัวนักเตะออกจากทีมชาติโดยไม่จำเป็น ดังนั้นหากสโมสรไหนไม่ปล่อยนักเตะออกมาเล่นให้กับทีมชาติก็จะถูกห้ามลงเล่นกับสโมสรเป็นระยะเวลา 5 วันตั้งแต่จบโปรแกรมทีมชาติ


อ่านข่าวเพิ่มเติมที่ :: ข่าวกีฬาออนไลน์


แฟนเพจเฟสบุ๊ค :: Extremesoccer89

ดู 1 ครั้ง0 ความคิดเห็น


แฮร์รี่ เคน ถือเป็นนักเตะคนสำคัญแถมยังเป็นกัปตันทีมของสโมสรท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ การที่สโมสรขาดนักเตะผู้นี้ไปก็แทบจะไม่แตกต่างอะไรกับบาร์เซโลน่าที่ขาดลิโอเนล เมสซี่ ด้วยเหตุนี้สเปอร์จึงพยายามเป็นอย่างยิ่งที่จะเหนี่ยวรั้งและรักษานักเตะคนสำคัญของพวกเขาเอาไว้ให้ได้ทุกวิถีทาง


ไม่เว้นแม้กระทั่งข่าวลือที่ออกมาว่าประธานสโมสรมีการให้สัญญาว่าหากทีมไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรไม่ว่าจะเป็นการคว้าแชมป์หรือการเข้าร่วมเล่นยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีกพวกเขาจะปล่อยให้เคนสามารถเปลี่ยนธีมไปตามทางที่ต้องการได้เลย แต่อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ระหว่างนักเตะและสโมสรในปัจจุบันนั้นสามารถคาดเดาได้ว่าเต็มไปด้วยความตึงเครียด


เนื่องจากนักเตะเองต้องการที่จะย้ายทีมเพื่อค้นหาความสำเร็จในฐานะของนักเตะมืออาชีพในขณะที่ทางสโมสรต้องการที่จะดึงตัวนักเตะมากฝีมือเอาไว้กับทีม วันนี้เราจึงจะพาทุกคนมาวิเคราะห์ประเด็นของนักเตะผู้นี้การว่าอนาคตทิศทางการเปลี่ยนทีมของเขานั้นจะเป็นอย่างไรต่อไป มีสื่อชื่อดังมากมายทั้งในอังกฤษและต่างประเทศออกมานำเสนอข่าวประเด็นกัปตันทีมผู้นี้ที่ต้องการจะย้ายสโมสรอย่างเต็มที่โดยคาดหวังเอาไว้ว่าตนเองนั้นจะได้เข้าร่วมกับสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้


ก่อนที่ตลาดนักเตะจะปิดตัวลง แต่อย่างที่เราทราบกันดีว่าก่อนหน้านี้ทางแมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้มีความพยายามเปิดดีลกับสเปอร์มาก่อนแต่ก็ต้องจบไปเพราะสเปอร์นั้นดันเรียกค่าตัวนักเตะสูงกว่า 150 ล้านปอนด์


ประเด็นการตั้งค่าตัวสูงเป็นอย่างมากเพื่อไม่ให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้สามารถซื้อตัวแฮร์รี่ เคนไปร่วมทีมได้นั้นก็เป็นเหมือนชนวนเล็กๆ ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสโมสรและนักเตะแน่นมากยิ่งขึ้น พอบวกกับการที่กลับมาจากการแข่งขัน Euro 2020 จนทำให้ต้องปรับตัวและต้องแยกฝึกซ้อมเพียงแค่คนเดียวยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ของเขาและทีมห่างไกลกันมากยิ่งขึ้นไปอีก


ยิ่งพอรวมกับข่าวลือเกี่ยวกับสัญญาของประธานสโมสรที่ไม่ยอมรักษาสัญญายิ่งกลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่ยากจะแก้ไข หากพิจารณาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสโมสรและนักเตะในตอนนี้เชื่อได้เลยว่าใจนักเตะนั้นอยากจะย้ายออกจากสโมสรเต็มทนแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถย้ายได้เนื่องจากสโมสรตั้งค่าตัวของตัวเองสูงไป ทางเลือกของเขามีไม่มากนักนอกจากจะส่งเอเย่นต์ส่วนตัวไปพูดคุยกับทางแมนเชสเตอร์ ซิตี้ซึ่งไม่น่าจะใช่ทางเลือกที่ดีเท่าไหร่ กับการทุ่มเทให้กับสเปอร์ไปจนกว่าจะหมดสัญญาแล้วออกมาอย่างสง่าผ่าเผย


อ่านข่าวเพิ่มเติมที่ :: ข่าวกีฬา


แฟนเพจเฟสบุ๊ค :: Extremesoccer89

ดู 2 ครั้ง0 ความคิดเห็น


ทีมชาติอังกฤษนั้นเป็นอีกหนึ่งทีมชาติตัวเต็งที่หลายคนคาดว่าจะสามารถคว้าแชมป์การแข่งขันศึกยูโร 2020 ในครั้งนี้ได้สำเร็จ แม้ว่าที่ผ่านมาพวกเขาจะสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมแต่เราก็ไม่สามารถไว้ใจอะไรได้เลยในการแข่งขันดังกล่าว แม้แต่ทีมที่มีว่าที่ดาวซัลโวอย่างทีมชาติโปรตุเกสก็ได้ตกรอบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นจึงไม่แน่ว่าในรอบนี้ที่อังกฤษจะต้องเจอกับยูเครนนั้นอาจจะเจอผลพลิกล็อกทำให้เราต้องช็อกก็เป็นได้ วันนี้เราจึงจะมาพาทุกคนไปเจาะประเด็นสำคัญก่อนถึงนัดการแข่งขันที่หลายคนตั้งตารอคอยกัน


1. เกมรับ หลายคนมองว่าเกมรุกนั้นจะเป็นเกมที่ช่วยให้ทีมสามารถเอาชนะคู่แข่งได้สำเร็จด้วยการทำประตู แต่ความจริงแล้วเกมรับก็มีความสำคัญเช่นเดียวกันเพราะมันทำให้ทีมฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถทำคะแนนได้ เล่นเกมรับของทีมชาติอังกฤษนั้นมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมากด้วยการที่ไม่เสียประตูเลยแม้แต่ครั้งเดียวตั้งแต่แข่งขันในรายการนี้มา การจัดทำประตูกับทีมชาติอังกฤษนั้นซึ่งถือเป็นเรื่องยากเพราะมีทั้งแฮรี่ แม็คไกวร์ ไคล์ วอล์คเกอร์และจอห์น สโตนที่สามารถทำหน้าที่กองหลังได้อย่างยอดเยี่ยม


2. อาการบาดเจ็บของซาก้า ซาก้าเป็นอีกหนึ่งนักเตะคนสำคัญของทีมชาติอังกฤษ แต่น่าเสียดายที่เขาได้รับการบาดเจ็บในช่วงการฝึกซ้อม ทำให้เซาท์เกทต้องพยายามหาวิธีการแก้ไขเหตุการณ์นี้โดยด่วน หากนักเตะผู้นี้ไม่สามารถลงแข่งได้อาจต้องให้ซานโซ่ลงสนามเป็นตัวจริงทดแทน


3. สภาพร่างกายของทีมชาติยูเครน เมื่อเทียบความสามารถและกำลังของนักเตะยูเครนนั้นเป็นรองทีมชาติอังกฤษอยู่ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะสภาพความฟิตเนื่องจากพวกเขานั้นต้องผ่านการแข่งขันนัดหนักหน่วงกับสวีเดนเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ เขาได้ทุ่มเทพลังงานไปอย่างเต็มที่จนถึงนาทีสุดท้ายก่อนจะสามารถคว้าชัยชนะมาได้สำเร็จ ในขณะที่อังกฤษนั้นสามารถเล่นได้แบบสบายๆ ก็สามารถเอาชนะได้แล้ว

4. แฮรี่ เคนและราฮีม สเตอร์ลิง นักเตะทั้งสองคนนี้เป็นแนวรุกที่ยิ่งเล่นให้กับทีมชาติมากขึ้นแค่ไหนพวกเขาก็ยิ่งมีความมั่นใจมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งผ่านเกมเข้ามาในรอบที่ลึกเท่าไหร่พวกเขาก็สามารถทำผลงานได้เป็นอย่างดี


5. เส้นทางของชัยชนะ หากอังกฤษสามารถเอาชนะยูเครนได้ในการแข่งขันนัดนี้จะทำให้พวกเขานั้นได้เข้ามาเล่นต่อในรอบตัดเชือกซึ่งจะส่งผลให้พวกเขานั้นมีโอกาสที่จะคว้าแชมป์รายการนี้ได้สำเร็จมากขึ้นนั่นเอง


อ่านข่าวเพิ่มเติมที่ :: ข่าวกีฬาออนไลน์

เครดิตเว็บ :: https://www.extremesoccer89.com/

ดู 5 ครั้ง0 ความคิดเห็น